หลังจากที่ไม่ได้ดูละครโทรทัศน์เป็นเวลานาน แต่ก็ได้มีโอกาสมาดูเรื่องนางทาสในช่วงสงกรานต์นี้
ไม่ได้จะมาเปรียบเทียบว่ายุคใหม่นี้แตกต่างจากยุคก่อนยังไง หรือว่ามันดูขัดๆ กับสมัยที่เล่าในเรื่องว่าเป็นช่วงรอยต่อรัชกาลที่สี่กับห้าแบบไหน แม้ว่าจะติดใจอยู่หลายฉากมากๆ เลย เช่น วัฒนธรรมกินชาฝรั่งตอนบ่าย แล้วก็ฉากสามีหอมแก้มภรรยา - -" โอเคว่าการหอมแก้มจะไม่แปลก แต่ก็กระทำกันในสวน ที่เสมือนเป็นที่สาธารณะกว่าห้องนอน ในบริบทรัชกาลที่สี่กับห้าเนี่ยนะ
สิ่งที่คิดได้เป็นอย่างแรกคือ ผู้หญิง (เมียๆ ทั้งหลาย) ต้องแก่งแย่งความรักจากผัวกันสุดฤทธิ์ ด้วยวิธีการต่างๆ รวมถึงการตบตี การใช้กำลัง ตลอดจนการทำให้อีกฝ่ายมีราคีโดยการใส่ความว่ามีชู้ หรือให้ผู้ชายคนอื่นมาข่มขืน (แม้ว่าในละครหลายๆ เรื่องจะพยายามมีคติสอนใจว่า "ตัวร้ายก็จะถูกผู้ชายที่ตัวเองจ้างมาข่มขืนเพราะพระเอกมาช่วยนางเอกไว้ทันเสมอ นางเอกต้องมีพระเอกเป็นผัวคนเดียว แม้ว่าพระเอกจะไม่แตกต่างจากผู้ร้ายข่มขืนเลยก็ตาม")
ฉากเด่นในตอนนี้น่าจะเป็นตอนที่นางเอก (เย็น) ถูกรุมทำร้ายจากเมียคนอื่น (สาลี่) แต่ผัว (ท่านเจ้าคุณ) ก็ไม่สงสาร เนื่องจากนางเอกเป็น ๑ ทาส ๒ เมียที่คบชู้ ดังนั้นจึงเป็นคนชั่ว ไม่จำเป็นต้องสงสาร โอ้ว สถานะซ้อนกันสองขั้น ดีนะที่ไม่มีเรื่องสีผิวด้วย เพราะเรื่องดำเนินในไทย เหอๆ
จริงๆ ก็แอบติดใจว่า การคบชู้ในสมัยนั้น ไม่ต้องถูกลงโทษด้วยวิธีต่างๆ เช่น แห่ประจาน, ฆ่า, ฯลฯ หรือว่าเป็นช่วงของการทำให้สยามเป็นอารยะหว่า - -?
ขณะเดียวกันคุณค่าของผู้หญิงก็คือการได้เป็นเมียและแม่แฮะ เรื่องนี้เลยซับซ้อนหลายประเด็นดีจริงๆ โดยเฉพาะมีการเปรียบต่างในฐานะเมียที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเมียที่ของเจ้าคุณหรือว่าเมียชาวบ้าน
นานๆ ทีมาหันดูละครกันสักทีดีไหมเอ่ย อย่าคิดว่ามันน้ำเน่าอย่างเดียว