พอดีเมื่อคืนก่อนได้รับโทรศัพท์จากพี่โอห์มด่วนเรื่องWorld Social Forumที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลานี้ งานนี้เป็นการประชุมประจำปีในเรื่องทางด้านสังคมวิทยา พี่โอห์มชวนไปเป็นสต๊าฟงานนี้โดยจะต้องไปประชุมวันนี้ตั้งแต่เช้า (ชอบมีอะไรด่วนๆ ตลอดเลยท่านพี่) ซึ่งงานนี้จะมีอ.ใจ ด้วย งานนี้ก็เลยต้องยกเลิกนัดกับน้องนะ ขอโทษด้วยมากๆ


ปรากฏว่าตอนเช้าไปถึงที่นั่นก่อนใคร นั่งหง่าวอยู่นาน พอเข้าไปในห้องก็เอ๊ะ ฉันมาผิดห้องหรือเปล่าหว่า ทำไมชื่อมันเป็น "สมัชชาปฏิรูปการเมือง" ไปได้ล่ะเนี่ย - -"

พอพี่โอห์มมา เราสองคนก็งุบงิบกันตลอดว่าท่าทางจะมาผิดงานแล้ว เพราะในที่ประชุมจะเป็นเรื่องการเมืองล้วนๆ ซึ่งก็ดีนะ ได้ฟังความคิดเห็นของฝ่ายนีโอมาร์กซิสต์ด้วย รู้ข่าววงในเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แต่คืออิฉันไม่ได้เตรียมใจมาคุยเรื่องการเมืองอ่ะ ก็เลยหาทางหนีออกมา แล้วก็ไปนั่งหม่ำๆ กันที่สยาม

ข้อสรุปงานนี้ก็คือการเตรียมงานWorld Social Forumนี้คงต้องรอสถานการณ์การเมืองให้สงบกว่านี้แฮะ

หลังจากได้เจอพี่สาวสุดที่รักแล้ว ก็ไปงานManga Mania ต่อที่เซ็นทรัลเวิล์ด งานนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นการมีตติ้งย่อยๆ ของที่ร้านพี่ไข่เลย เพราะเจอน้องบี พี่แหน กอล์ฟ นัท จ๋า ฯลฯ รวมทั้งทุกท่านที่ให้ความกรุณากับอิฉันทั้งหลายต่อไปในภายภาคหน้า จนถูกนัทแซวเลยว่ามาหาเหยื่อนี่หว่า ฮา ก็จริงนะ


งานนี้เป็นงานที่จัดกลางแจ้ง (ลองนึกภาพตามว่าอากาศตอนบ่ายๆ จะเป็นเช่นไร อดรู้สึกนับถือคนแต่งชุดคอสมากเลย) โดยส่วนตัวคิดว่าไม่ค่อยมีอะไรโดดเด่นเท่ากับส่วนของการประกวดคอสที่มีเงินรางวัลถึงสามหมื่นบาท
แต่ที่จริงแล้วงานนี้ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีในการเห็นว่าสื่อสารมวลชนกลุ่มอื่นหันมาให้ความสำคัญกับงานการ์ตูน แล้วก็มีการรับบริจาคการ์ตูนเพื่อนำไปบริจาคต่อไป

รวมทั้งงานนี้เห็นผู้ปกครองหลายคนมีส่วนร่วมกับลูกๆ อย่างน่ารัก มาส่งข้าวส่งน้ำแม้กระทั่งคุณยายที่มาให้กำลังใจหลานประกวดคอสเพลย์ แล้วก็บรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ แม้ว่าเราจะไม่รู้จักกันมาก่อนแต่ก็สามารถเม้าท์เรื่องการ์ตูนที่ชื่นชอบด้วยกันได้ในไม่ช้า

แต่ขณะเดียวกันก็ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างโดยเฉพาะเรื่องความละเอียดอ่อนของการทำข่าวหรือการถ่ายรูป เพราะเห็นภาพหน้าของแต่ละคนได้ชัดเจนมาก ที่จริงก็คงเป็นเรื่องปกติมั้ง เพราะหลายคนมักจะคิดว่าการที่คุณแต่งชุดคอสก็คล้ายกับเป็นเครื่องหมายว่าคุณต้องพร้อมที่จะถูกถ่ายรูปแล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาจริงหรือ? (เข้าเรื่องสักที)

เรื่องนี้เข้าใจกันดีว่า คงไม่มีใครคิดว่าจะมีใครทำแบบนั้น หลายคนก็แค่อยากเก็บไว้ชื่นชมเป็นกันการส่วนตัว แต่โลกนี้ก็ใช่ว่าจะเต็มไปด้วยความสวยงามเสมอไป โดยเฉพาะนักวิจัยและสื่อมวลชน

ทำไมมองโลกในแง่ร้ายอย่างนี้หว่าตู -*- อาจจะเป็นเพราะเคยทำงานเรื่องจริยธรรมในการวิจัยมาก่อนมั้งก็เลยรู้สึกหงุดหงิดเอาง่ายๆ

ยกตัวอย่างง่ายๆ เด็กผู้หญิงที่ใส่กระโปรงสั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาพร้อมที่ถูกถ่ายรูปในมุมเงยเข้าไปในกระโปรงของเขา หรือเน้นหน้าอก เพื่อตอบสนองความต้องการของใคร

นอกจากนั้น เด็กหลายคนที่แต่งชุดคอสฯ ที่บ้านก็อาจจะไม่ได้สนับสนุน ซึ่งถ้ารูปพวกนี้หลุดออกไปให้ที่บ้านรู้ เด็กเหล่านั้นจะเป็นเช่นไร

ที่สำคัญกว่านั้นคือ การที่เขายินยอมให้ถ่ายรูปก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะยอมให้ภาพของเขาถูกเผยแพร่ไปในสื่อสาธารณะ นอกจากเราจะต้องบอกผู้ถูกถ่ายและเขายินยอม (ซึ่งก็เป็นปัญหาตามมาอีกว่าผู้ถ่ายบอกความจริงกับเขาทั้งหมดหรือไม่ว่า รูปของคุณจะถูกนำไปออกรายการ... พร้อมด้วยคำบรรยายว่า... เรื่องนี้ก็เป็นจริยธรรมของสื่อและนักวิจัยอีก)

แน่นอนว่าเรื่องนี้ผู้จัดงานก็มีส่วนที่จะต้องคำนึงด้วย ไม่ใช่ให้กล้องถ่ายวิดีโอของสื่อมวลชนเข้าไปถ่ายในงานได้อย่างอิสระ

แต่ถ้าคนที่แต่งชุดคอสไม่ให้ถ่ายด้วยเหตุผลที่เล่ามาทั้งหมด ก็จะกลายเป็นหยิ่ง เล่นตัว ไปซะงั้น - -"

แต่เรื่องเหล่านี้ก็อาจจะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทั้งการทำข่าวหรือการทำวิจัยที่ฉันรู้สึกว่าฉันกลายเป็นคนประหลาดที่คิดเรื่องนี้แฮะ อาจจะเป็นเพราะฉันเคยอ่านงานวิจัยของSchodt เจ้าพ่องานวิจัยเรื่องMangaว่างานโดจินชิที่ญี่ปุ่นจะมีการห้ามอย่างเด็ดขาดในการถ่ายรูปที่สามารถทำให้ระบุตัวผู้ถูกถ่ายได้ รวมทั้งเรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของจริยธรรมการวิจัยด้วย

ไม่อยากจะบอกว่าทำไมเรื่องเหล่านี้ถึงละเอียดอ่อนกับกลุ่มอื่น เช่น ผู้ป่วยHIV แต่ไม่ละเอียดอ่อนกับผู้ถูกวิจัยกลุ่มอื่นบ้าง เช่นเดียวกับกรณีของการศึกษาDNAของผู้ที่ประสบภัยสึนามิว่ามีโรคจิตเภทหรือซึมเศร้ามากน้อยแค่ไหน แล้วระบุลงไปในบัตรสมาร์ทการ์ดที่จะติดตัวไปตลอดว่าเราเป็นอะไร หรือเชื้อสายเรามีใครป่วยเป็นโรคอะไรบ้าง คุณคิดดีแล้วหรือ?

แล้วทางออกของเรื่องนี้อยู่ที่ไหน ก็นะ... คงคล้ายกับสำนวนว่า เอาใจเขามาใส่ใจเรา มั้ง

เออ จริงสิ ลืมเรื่องนี้ไปเลย บางทีเราอาจจะอยู่ในช่วงสร้างพื้นที่และวาทกรรมเรื่องคอสเพลย์ขึ้นมาใหม่ก็ได้นี่หว่า

ปล.งานนี้ยังมีประเด็นเรื่องCrossdressing ด้วย แล้วจะมาบ่นใหม่

ปลล. ใครอยากฟังอาจารย์ที่ปรึกษาอิฉันขึ้นเวทีพันธมิตรก็เชิญที่ http://www.managerradio.com/Radio/DetailRadio.asp?program_no=1002&mmsID=1002%2F1002%2D1387%2Ewma&program_id=3272เรื่องสอบหัวข้อวันที่28นี้ก็เลยยังต้องลุ้นต่อไป เฮ้อ


edit @ 2006/03/20 23:36:58

Comment

Comment:

Tweet

เห็นด้วยที่พูดนะคะว่าคนที่แต่งคอสแล้วเค้าไปถ่ายๆเนี่ย บางทีช่างกล้องบางคนก็ทำน่าเกลียดเช่นไปจงใจถ่ายให้เห็นไอ้นั่นไอ้นี่โดยเฉพาะสาวๆที่คอสแล้วคอสเป็นตัวใส่เสื้อผ้าหวือหวาไปหน่อยไรงี้

จุดนึงก็คือ คนคอสก็ควรเซฟตัวเอง และคนถ่ายรูปก็ควรมีมารยาททั้งการขอถ่ายรูปและการอัพรูปด้วยค่ะ

#4 By nuinthelewen on 2006-03-24 20:03

หวัดดี เห็นด้วยเรื่องจริยธรรมสื่อ แล้วก็คิดว่าการมองโลกที่พี่เรียกว่าแง่ร้ายมันเป็นการมองโลกแบบเป็นจริงว่ะ ถ้าไม่มีภาพหวือหวา นักข่าวจะเอาอะไรแดก คนเรามันก็เท่านี้แล

#3 By cadenzato on 2006-03-20 20:53

คนคอสต้องเซฟตัวเองด้วยล่ะฮะพี่
เพราะเวลาเค้าถ่ายกันเยอะๆ เราก็ไม่รู้หรอก
ว่าใครมีจิตสำนึกในการถ่ายภาพหรือไม่ -*-

#2 By ★Toshiya★ on 2006-03-20 02:27

ง่า... ก่อนอื่นต้องสารภาพเลยว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมีงานนีง่ะ

แต่เรื่องถ่ายรูปนี่เห็นด้วยเต็มร้อย อาจเพราะโดยส่วนตัวเป็นคนที่เกลียดการถ่ายรูปมากๆ มันเหมือนกับเป็นหลักฐานยืนยันอย่างหนึ่งล่ะมั้ง - -'

#1 By nongrata (58.9.137.66) on 2006-03-20 02:20